88 จำนวนผู้เข้าชม |
พนักงานออฟฟิศจำนวนมากเชื่อว่า “บริษัทมีประกันกลุ่มพนักงานให้แล้ว ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี คือไม่ต้องออกเงินค่าเบี้ยเอง ถือเป็นขวัญและกำลังใจให้คนทำงานใช่มั้ยคะ ซึ่งก็ถูกต้องเลยค่ะ แต่บทความนี้จะพาทุกคนไปดูกันว่า เอ๊ะ มันต้องทำเพิ่มหรือไม่ต้องทำเพิ่มกันแน่ พาไปดูเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นกับเราได้ เช่น
อย่างเรื่องที่เป็นเหตุไม่คาดฝัน อย่างที่ไม่เคยคิดมาก่อน โดยเฉพาะเรื่องของโรคร้ายแรง อุบัติเหตุซึ่งหลายคนกลับต้องพบว่า ประกันกลุ่มพนักงานนั้นกลับไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด และต้องออกค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่มีจำนวนมาก
แม้กระทั่ง คำค้นหายอดนิยมใน Google อย่าง “ประกันกลุ่ม คือ” และ “ประกันกลุ่มพนักงาน” สะท้อนให้เห็นว่าคนเริ่มตั้งคำถามกับความคุ้มครองที่ตนเองมีอยู่ เกิดคำถามในใจว่า ยังต้องมีอีกมั้ย? หากมีประกันกลุ่มพนักงานแล้ว ตรงนี้ต้องขอตอบว่า… ถ้ามองในแง่การเงิน เราอาจจะมองว่าสิ้นเปลืองก็ได้ แต่อีกแง่หนึ่ง คือ วางแผนไว้เผื่อเกิดเหตุใหญ่ที่ไม่คาดฝัน
บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจชัดเจนว่า
• ประกันกลุ่มคืออะไร
• มีข้อจำกัดอะไรบ้าง
• และควรเสริมประกันแบบไหนให้เหมาะกับชีวิตการทำงานในระยะยาว

ประกันกลุ่ม คือประกันที่บริษัททำให้พนักงานเป็นสวัสดิการติดโต๊ะ ติดตำแหน่งเกิดขึ้นเฉพาะตอนเราทำงานที่นั่น
โดยบริษัทเป็นผู้ทำสัญญาหลัก และพนักงานได้รับความคุ้มครอง
ความคุ้มครองโดยทั่วไป ได้แก่
• ค่ารักษาพยาบาล
• อุบัติเหตุ
• บางแห่งรวมประกันชีวิต
ข้อดีของประกันกลุ่ม คือ
• ไม่ต้องตรวจสุขภาพ
• เบี้ยถูก และบริษัทออกให้
• สมัครได้โดยไม่ต้องคิดเยอะ เพราะบริษัทจัดการให้
แต่ยังมีสิ่งที่หลายคนอาจจะมองข้ามไป คือ ข้อจำกัดของประกันกลุ่มพนักงาน ไม่ว่าจะเป็นวงเงินทั้ง OPD และ IPD
ประกันกลุ่ม คือ สวัสดิการที่บริษัทกำหนดให้ เเวลาบริษัทเลือกให้ มีการคำนวณเรื่องงบประมาณในค่าใช้จ่าย การเลือกแผนจึงเป็นไปอย่างจำกัดงบประมาณ ซึ่งจะต่างจากประกันสุขภาพที่เราทำ
ประกันที่เราเลือกเอง เราเลือกผลประโยชน์ในแง่การใช้งานในอนาคต เช่น เซฟชีวิต เซฟกระเป๋าเงินในอนาคต
ในแง่ประโยชน์ต้องบอกว่าประกันกลุ่มพนักงาน มีเพื่อ support โรคเบา ๆ โรคเล็กน้อยทั่วไป ค่ารักษาแบบหลักพัน หลักหมื่น เพราะฉะนั้นชาว office แบบที่บริษัทเลือกให้เรา อาจตอบโจทย์แค่เรื่องเบา ๆ ตอนเจ็บป่วย
หากว่าเราเป็นนักวางแผน คิดเผื่อวันข้างหน้า และอนาคต แถมชาว office อย่างเรา ต้องทำงานหนัก นอนน้อย สะสมความเครียด ไม่มีเวลาออกกำลังกายเลย ยิ่งต้องตระหนักและวางแผนมากขึ้น หาประกันเสริมดีๆ ควบคู่สักตัว จะได้สบายใจในวันที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน

ข้อจำกัดของประกันกลุ่มพนักงาน ที่คุณควรรู้
1. วงเงินความคุ้มครองจำกัด
ส่วนใหญ่ประกันกลุ่มพนักงานมีวงเงินต่อปีไม่สูง หากรักษาในโรงพยาบาลเอกชน อาจไม่เพียงพอ ยิ่งเป็นโรคร้ายแรงด้วยแล้ว คุณอาจจะต้องควักเงินเก็บออกมาจ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาล หลายหมื่น หลายแสน หรืออาจหลักล้าน หากเป็นโรคตระกูลโรคร้ายแรง
2. ความคุ้มครองขึ้นกับตำแหน่งงาน
ตำแหน่งสูงอาจได้วงเงินมากกว่า พนักงานทั่วไปได้วงเงินน้อย ระยะเวลาการทำงานก็มีผลต่อวงเงินของคุณ ซึ่งขึ้นอยู่กับการเลือกจากบริษัทให้กับพนักงาน
3. ลาออก = ความคุ้มครองสิ้นสุด
เมื่อคุณลาออก เปลี่ยนงาน หรือถูกเลิกจ้าง ประกันกลุ่มพนักงานจะสิ้นสุดลงทันที
ประกันกลุ่มพนักงานเหมาะเป็น “พื้นฐาน” แต่ประกันส่วนตัวคือ “หลักประกันชีวิตระยะยาว”
เหตุผลสำคัญที่ควรเสริมประกันส่วนตัว เช่น
• คุ้มครองต่อเนื่อง ไม่ขึ้นกับบริษัท
• เลือกแผนตามไลฟ์สไตล์ตัวเอง
• วงเงินสูงกว่า
• ปรับแผนได้ตามช่วงชีวิต
ประกันกลุ่มพนักงานเหมาะเป็น “พื้นฐาน” แต่ประกันส่วนตัวคือ “หลักประกันชีวิตระยะยาว”
เหตุผลสำคัญที่ควรเสริมประกันส่วนตัว เช่น
• คุ้มครองต่อเนื่อง ไม่ขึ้นกับบริษัท
• เลือกแผนตามไลฟ์สไตล์ตัวเอง
• วงเงินสูงกว่า
• ปรับแผนได้ตามช่วงชีวิต

หากคุณมีประกันกลุ่มพนักงานอยู่แล้ว การเลือกเสริมประกันควรดูจาก “ช่องว่างความเสี่ยง” ที่ยังขาด
ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย คือคำตอบอันดับต้น ๆ สำหรับคนมีประกันกลุ่ม
ข้อดี
• ใช้จ่ายค่ารักษาตามจริง
• เสริมวงเงินจากประกันกลุ่ม
• เลือกโรงพยาบาลเอกชนได้
เหมาะกับใคร
• คนทำงานประจำ
• คนที่ไม่อยากควักเงินเองเมื่อเจ็บป่วยหนัก
แม้บางบริษัทจะมีประกันชีวิตกลุ่ม แต่วงเงินมักไม่สูงนัก และเมื่อออกจากงาน ความคุ้มครองอาจจะหายไปทันที
ข้อดีของ ประกันชีวิตส่วนตัว มีดังนี้
• สร้างความมั่นคงให้ครอบครัว
• รองรับภาระหนี้สิน เช่น บ้าน รถ
• วางแผนระยะยาวได้ดีกว่า
โรคร้ายแรงเป็นสาเหตุค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ และมักกระทบกับรายได้โดยตรง
ข้อดีของ ประกันโรคร้ายแรง มีดังนี้
• ได้เงินก้อนเมื่อตรวจพบโรค
• ใช้รักษา หรือชดเชยรายได้
• ไม่ต้องพึ่งประกันกลุ่มอย่างเดียว
สรุปได้ว่า.. การเตรียมแผนประกันสุขภาพ จึงต้องมีไว้ เพื่อช่วยเสริม สิทธิประกันกลุ่มพนักงานด้วย
เผื่อถ้าเราเจอเหตุใหญ่ เหตุหนัก อุบัติเหตุ หรือจะโรคร้ายแรงยอดฮิต โรคมะเร็ง โรคสมอง โรคหัวใจ ซึ่งไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
แต่ถ้ามองในแง่การใช้ประโยชน์ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เรื่องเจ็บป่วยแบบเบา ๆ ก็ไม่น่ากังวลใจ แต่เหตุการณ์หนัก ๆ ผ่าตัดจากอุบัติเหตุ หรือโรคร้ายแรงที่ใช้เงินในการรักษาสูง ก็ต้องบอกว่า ประกันกลุ่มพนักงานไม่พอแน่นอน เพราะมาดูกันว่า หากเจ็บป่วยขึ้นมาประกันกลุ่มที่เป็นแผนที่บริษัทเลือกให้ เป็นแพ็คแบบมีวงเงินจำกัดในการรักษา อย่างหมวดค่ารักษาอื่น ๆ มีวงเงินจำกัดที่กำหนดไว้แล้ว
ยกตัวอย่างเช่น ค่ารักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยใน ในหมวดค่ารักษาพยาบาลอื่น ๆ มีการกำหนดวงเงินไว้ว่ารักษาได้ที่ 20,000 บาท - 30,000 บาท แล้วแต่แผนที่ทางบริษัทจัดสรรให้ ค่ารักษาแต่ละหมวดจะมีวงเงินจำกัดไว้หมด
หากเจ็บป่วยแบบหนัก ๆ ก็ต้องบอกว่าไม่พอเพียง หรือไม่เพียงพอ หากต้องการย้ายโรงพยาบาลไปรักษาในที่อื่น ๆ ที่เราไว้ใจ และเชื่อใจ
การวางแผนเพิ่มเติมจากประกันที่มีแล้ว ให้เลือกแผนเหมาจ่ายที่จะครอบคลุมค่ารักษาในอนาคตได้ดีกว่ายิ่งขึ้น ถือเป็นการวางแผนเผื่อไว้ และให้คิดเผื่อเจอเคสหนัก เรื่องหนักไว้ก่อน ซึ่งไม่รู้หรอกว่าจะเกิดหรือไม่เกิด เลือกจากประโยชน์ที่จะใช้ หากเกิดเหตุหนัก ๆ เกินกว่าเราจะยอมรับได้ ให้มีคนมาช่วยจ่ายแทนเราดีกว่า จริงมั้ยคะ
ถ้าหากทุกท่านเริ่มอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว เราจะมาแนะนำไฮไลท์ของบทความนี้ ทำไมควรเลือกเสริมประกันกับ AIA สำหรับคนที่มีประกันกลุ่มพนักงานอยู่แล้ว
AIA เป็นบริษัทประกันชีวิตระดับโลก ที่ได้รับความไว้วางใจจากคนไทยมาอย่างยาวนาน
จุดเด่นของ AIA สำหรับคนมีประกันกลุ่มพนักงาน
• แผนประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายหลากหลาย
• ความมั่นคงสูง ถือยาวได้
• เครือข่ายโรงพยาบาลทั่วประเทศ
• เคลมสะดวก เป็นไปตามเงื่อนไขในกรมธรรม์
สำหรับสิทธิพิเศษของลูกค้าประกันกลุ่ม AIA หากต้องการทำแผนประกันสุขภาพเหมาจ่าย AIA เพิ่มเติม สามารถเลือกแผนได้ดังนี้ เป็นแผนประกันสุขภาพที่เรียกว่า AIA Health Plus เหมา เบิ้ล คุ้ม ความคุ้มครองที่มีความรับผิดส่วนแรก (20,000 บาท ต่อรอบปีกรมธรรม์)
ข้อดี คือ
1.จ่ายเบี้ยน้อยลง ไม่ต้องมีความคุ้มครองที่ซ้ำซ้อน เนื่องจากมีความรับผิดส่วนแรก 20,000 บาท ต่อรอบปีกรมธรรม์
2.ช่วงหลังเกษียณ (อายุเกษียณ-99)
หมดกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลเพราะให้ความคุ้มครองต่อเนื่องหลังเกษียณ
ความคุ้มครองจะถูกปรับเพิ่ม ให้คุ้มครองทันทีตั้งแต่บาทแรก (ไม่มีความรับผิดส่วนแรก)นับตั้งแต่วันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ผู้เอาประกันภัยครบอายุเกษียณโดยไม่ต้องแถลงสุขภาพใหม่
รายละเอียดผลิตภัณฑ์นี้ https://www.aia.co.th/th/our-products/health/aia-health-plus
ความพิเศษแบบนี้ สำหรับผู้ที่มีประกันกลุ่มของบริษัทเอไอเอ
แล้วถ้าไม่มีประกันกลุ่มของบริษัทเอไอเอล่ะ ทำแผนประกันสุขภาพเหมาจ่ายได้มั้ย
คำตอบคือ ได้ค่ะ
แผนประกันสุขภาพเหมาจ่ายของเอไอเอ Health Happy มีให้เลือกเติมความคุ้มครองเพิ่มเติมให้เต็มด้วยทั้งหมด 4 แผน
1 ล้าน
5 ล้าน
15 ล้าน
25 ล้านบาท
เลือกได้ตามงบประมาณที่จัดสรรกันได้เลย
แต่เอ๊ะ แล้วถ้าจะประหยัดแบบสบายกระเป๋าไปอีกระดับ วางแผนประกันกลุ่มแล้ว เพิ่มเติมเฉพาะประกันโรคร้ายแรง ก็ทำได้ เลือกแบบสบายกระเป๋า ให้เลือกทำประกันชีวิต บวกกับประกันโรคร้ายแรง เพราะอะไร เพราะประกันโรคร้ายแรงจะจ่ายเงินก้อนให้เรามาก่อน ซึ่งเราไปโรงพยาบาล มันมีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง มีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ จิปาถะ อาจต้องหยุดงาน ทำงานโอทีไม่ได้
รายจ่ายไม่หยุด แต่รายได้หด ก็ต้องดึงเงินเก็บของทั้งบ้านมาใช้ แบบนี้เรียกว่าป่วยแบบมีผลกระทบ ลองจัดงบมาแบ่งใว้ส่วนน้อย เพื่อดูแลเงินก้อนของบ้านไม่ให้พังไปกับเราในยามเจ็บป่วยด้วย
เดี๋ยวนี้ประกันโรคร้ายแรงมีให้เลือกทั้งแบบใช้งบน้อย แบบทยอยปรับเพิ่มเบี้ยภายหลังเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์กับชาว office ที่มีสวัสดิการแล้ว จัดสรรเงินได้ในแบบเบา ๆ
สรุปได้ว่า ประกันกลุ่มพนักงาน มีดีอยู่แล้ว แต่หากป่วยด้วยเหตุหนัก ๆ กระทบต่อครอบครัว
หากเลือกทำประกันโรคร้ายแรง สิ่งที่ได้ประโยชน์เพิ่มเติมคือ ป่วยแล้ว บริษัทประกันจะจ่ายเงินก้อนให้ตัวเราทื่เป็นคนทำ รับเงินก้อน เป็นค่าตกใจ มาบริหารจัดการเงินได้เอง จะเอาไปเที่ยว จะเอามาเป็นค่าใช้จ่ายระหว่างทาง หรือจะไปซื้อสลากในการลงทุน ก็มีแล้วน๊าาา
ประกันโรคร้ายแรงมี 2 แบบ คือ แบบทยอยส่งเงิน ไม่มีมูลค่าเงินสดในกรมธรรม์ เหมือนประกันรถยนต์ คือ มูลค่าหมดไปปีต่อปี แต่ถ้าอีกแบบคือ เบี้ยประกันโรคร้ายแรง มีมูลค่าเงินสดในกรมธรรม์ ส่งแบบคงที่ มีกำหนดระยะเวลาในการส่งเงิน ซึ่งทั้งสองแบบขึ้นอยู่กับความสะดวกในการเลือกของเราเอง
รู้แบบนี้แล้ว ชาว office ลองมองหาประกันโรคร้ายแรงเพิ่มเติม เพื่อเงินในกระเป๋าเราจะได้ไม่หดหายไป ในยามที่ป่วย และเป้าหมายของครอบครัวจะต้องคงอยู่ต่อไป อย่าให้การป่วยของเรา ต้องกลายเป็นเงินในครอบครัวต้องหมดไป ป่วยไม่รู้จะเจอเมื่อไหร่ แต่ประกันโรคร้ายแรง เรากำหนดได้ว่าจะทำวันนี้ แข็งแรงที่สุด เหมาะสมที่สุด

1.ประกันโรคร้ายแรง เจอจ่ายหลายจบ แบบทยอยส่ง AIA MultiPay Ci+ เจอจ่ายหลายจบ ให้ความคุ้มครองทุกระยะ
2.ประกันโรคร้ายแรง เจอจ่ายหลายจบ แบบ AIA CI Procare เจอจ่ายหลายจบ แบบคงที่ มีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนในการส่ง เช่น 10 ปี หรือ 20 ปี
3.ประกันโรคร้ายแรง เจอ จ่าย จบ แบบทยอยส่ง AIA CI Plus คุ้มครอง 44 โรคทั้งเด็กและผู้ใหญ่
4.ประกันโรคร้ายแรง เจอ จ่าย จบ แบบเบี้ยคงที่ AIA CI SuperCare มีกำหนดระยะเวลาในการส่ง เช่น 10 ปี หรือ 20 ปี
คลิกดูแผนประกันโรคร้ายแรง เพิ่มเติมได้ที่นี่
ประกันโรคร้ายแรง
กรณีตัวอย่าง
• ค่าผ่าตัดและรักษา 180,000 บาท
• ประกันกลุ่มคุ้มครอง 100,000 บาท
• ส่วนต่างต้องจ่ายเอง 80,000 บาท
หากมีประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายเสริม ค่าใช้จ่ายส่วนนี้สามารถเบิกได้ ช่วยลดภาระทางการเงินอย่างมาก และควรเริ่มเสริมประกันตอนไหนดีที่สุด
คำตอบคือ ตอนที่ยังสุขภาพดี และยังทำงานอยู่ เพราะว่า
• เบี้ยถูกกว่า
• ผ่านการพิจารณาง่ายกว่า
• ได้ความคุ้มครองได้ทันเวลาในวันที่เรายังไม่ป่วย
อย่ารอให้ลาออกหรือเจ็บป่วยก่อน เพราะอาจทำประกันไม่ได้ หรือเบี้ยแพงขึ้นหลายเท่า
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันกลุ่มพนักงาน
Q: มีประกันกลุ่มพนักงานแล้ว ไม่ทำอะไรเพิ่มได้ไหม?
A: ได้ แต่มีความเสี่ยงสูง หากเกิดเหตุใหญ่
Q: ประกันกลุ่มพนักงานกับประกันส่วนตัวซ้ำซ้อนกันไหม?
A: ไม่ซ้ำซ้อน แต่ช่วยเสริมกันให้คุ้มครองครบมากขึ้น
สรุปแล้วว่า… ประกันกลุ่มพนักงานมีไว้ support เราในกรณีโรคไม่ร้ายแรง ประกันสุขภาพเหมาจ่ายมีไว้กรณีโรคร้ายแรง กรณีอุบัติเหตุใหญ่ ประกันโรคร้ายแรง มีไว้เป็นรายได้ให้ตัวเรา รักษาเสถียรภาพครอบครัว ช่วยพยุงฐานะการเงินของครอบครัว ไม่ให้สะดุด เมื่อหัวหน้าครอบครัวเจ็บป่วยและขาดรายได้ และเป็นเงินสำรองฉุกเฉินกรณีมีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ลดความเครียด หมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ทำให้มุ่งเน้นไปที่การรักษาและการฟื้นฟูร่างกายได้อย่างเต็มที่
หากคุณกำลังมองหา
• ประกันสุขภาพ AIA ที่เหมาะกับช่วงวัย
• การวางแผนลดหย่อนภาษีอย่างถูกต้อง
• การเสริมประกันจากประกันกลุ่มพนักงาน
สามารถติดต่อเพื่อขอคำแนะนำได้โดยผ่านช่องทางนี้นะคะ เพื่อวิเคราะห์ให้เหมาะกับคุณเป็นรายบุคคล ไม่มีค่าใช้จ่าย